รองโฆษกรัฐบาล

26 สิงหาคม 2022

รัฐบาลปลื้มอาชีวะไทยบุกตลาดแรงงานเกาหลีใต้

รัฐบาลปลื้มอาชีวะไทยบุกตลาดแรงงานเกาหลีใต้ เดินหน้าดูแลสวัสดิภาพและสวัสดิการแรงงานไทยเผย“พล.อ.ประยุทธ์-พล.อ.ประวิตร”ส่งเสริมเพื่อสร้างรายได้ครอบครัวและประเทศ ถ่ายทอดพัฒนาทักษะวิชาชีพรุ่นต่อรุ่นได้

 

น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ที่กำกับดูแลกระทรวงแรงงาน มีความยินดีที่นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน และผู้อำนวยการพรรคพลังประชารัฐ ได้ผลักดันให้เกิดบันทึกข้อตกลงระหว่าง Mokpo Science University กับ สมาคมวิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย เพื่อความร่วมมือขยายตลาดแรงงานไทยไปทำงานสาขาช่างในอุตสาหกรรมอู่ต่อเรือของเกาหลีใต้เป็นผลสำเร็จ ซึ่งจะเป็นโอกาสของแรงงานไทยในเกาหลีใต้

 

น.ส.ทิพานัน กล่าวว่า บริษัทฯ ให้การสนับสนุนแรงงานต่างชาติ มีความต้องการรับนักศึกษาไทยที่จบการศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ให้เดินทางมาเรียนต่อในระดับอนุปริญญา ระหว่างเรียนจะได้รับการอบรมภาษาเป็นเวลา 6 เดือน และสามารถฝึกงานควบคู่ไปกับการเรียนได้ โดยจะมีรายได้ประมาณ 20 ล้านวอน/ปี ราว 600,000 บาทต่อปี หรือเดือนละ 50,000 บาท (คิดจากอัตราแลกเปลี่ยน 1 วอนเท่ากับ 0.030 บาท) และเมื่อเรียนจบแล้วสามารถเข้าทำงานกับบริษัทฯ ได้ทันที โดยเปลี่ยนสถานะจากวีซ่า D-2 เป็นวีซ่า E-7 ซึ่งเป็นแรงงานประเภททักษะฝีมือ และจะมีรายได้ประมาณ 32 ล้านวอน/ปี คิดเป็นเงินไทยประมาณ 960,000 บาท หรือ80,000 ต่อเดือนโดยในเบื้องต้นปีแรกมีความต้องการรับนักศึกษาเข้าสู่ระบบดังกล่าวรวมประมาณ 300 คน

 

น.ส.ทิพานัน กล่าวต่อว่า ก่อนหน้านี้นายสุชาติได้เจรจากับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานและการจ้างงานแห่งสาธารณรัฐเกาหลี เพื่อขอขยายเพดานอายุแรงงานไทยในระบบการจ้างงานแรงงานต่างชาติ (EPS)ที่อายุเกิน 39 ปี สามารถเข้าไปทำงานได้ ซึ่งทางเกาหลีรับข้อเสนอไปพิจารณาแล้ว หากเป็นผลสำเร็จ จะทำให้แรงงานไทยที่มีอายุ 40-50 ปีสามารถเดินทางไปทำงานในเกาหลีใต้ได้ พร้อมกันนี้ยังได้เร่งปรับปรุงบันทึกข้อตกลงความร่วมมืองานในภาคเกษตรตามฤดูกาลด้วย

 

“ถือเป็นข่าวดีของตลาดแรงงานเกาหลีใต้เป็นหนึ่งในตลาดแรงงานที่รัฐบาลส่งเสริมและสนับสนุนให้แรงงานไทยไปทำงานอย่างถูกกฎหมาย เช่นเดียวกับอีกหลายประเทศ ทั้งญี่ปุ่น ไต้หวัน อิสราเอล และซาอุดีอาระเบีย ทั้งนี้โดยภาพรวมการจัดส่งแรงงานไทยไปต่างประเทศตามข้อมูลล่าสุด ของธนาคารแห่งประเทศไทย ใน เดือนมค-กค. 2565 สามารถส่งรายได้ส่งกลับมาประเทศ มากถึง 138,171 ล้านบาทอย่างไรก็ตาม ขอให้พี่น้องประชาชนที่ต้องการโอกาสในการไปทำงานต่างประเทศ ดำเนินการอย่างถูกกฎหมาย โดยสามารถติดตามข่าวสารและข้อมูลของทางการได้ที่ http://www.doe.go.th” น.ส. ทิพานัน กล่าว

 

“รัฐบาลให้ความสำคัญในเรื่องนี้และพร้อมให้การดูแลและสนับสนุนอย่างเต็มกำลัง มุ่งเน้นการดูแลแรงงานที่ไปทำงานต่างประเทศทั้งเรื่องสวัสดิภาพและสวัสดิการ ในแง่ของแรงงานไทยจะมีงานทำมีรายได้มาเลี้ยงครอบครัวและยังมีการพัฒนาทักษะวิชาชีพและศักยภาพเพิ่มขึ้น ส่วนผลดีต่อประเทศไทยกลุ่มนี้จะนำเงินตราต่างประเทศกลับเข้ามาสู่ระบบเศรษฐกิจไทยแล้ว ยังเป็นโอกาสที่ประเทศชาติจะได้ทรัพยากรบุคคลที่มีทักษะสูง สามารถกลับมาถ่ายทอดให้คนไทยรุ่นต่อไป เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาประเทศชาติได้”น.ส.ทิพานัน กล่าว