ผู้ว่า กทม. ยันล็อกดาว์คลองเตยไม่ได้! เพราะมีประชาชนจำนวนมาก ใช้การตรวจเชิงรุก-ฉีดวัคซีน
ผู้ว่า กทม. ยืนยัน ล็อกดาว์คลองเตยไม่ได้ เพราะมีประชาชนจำนวนมาก ใช้การตรวจเชิงรุก-ฉีดวัคซีน- และนำร่องให้ยาต้านไวรัสกลุ่มผู้ป่วยสีเขียว เชื่อควบคุมการแพร่ระบาดได้
ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง บอกถึงกรณีคลัสเตอร์การแพร่บาดของโควิด-19ในพื้นที่ชุมชนคลองเตย ว่ากรุงเทพมหานครได้ไปทำการตรวจเชิงรุกในสัปดาห์ที่แล้ว และพบผู้ติดเชื้อ99คน ได้ส่งไปรับการรักษาแล้ว และบ่ายวันนี้ รวมถึงตั้งแต่วันที่ 4-19 พ.ค. มีแผนในการตรวจคัดกรองเชิงรุกอีกรวมกว่า 20,000คน ทั้งนี้หากพบว่าเป็นผู้ป่วยที่ติดเชื่อก็จะนำเข้ามารับการรักษาที่รพ.สนาม รพ.หลัก และhospitel และจะแจกยาฟาวิพิราเวียร์ หรือยาต้านไวรัสให้รับประทาน 5วันซึ่งเชื่อว่าจะสามารถควบคุมโรคได้ รวมถึงจะไปฉีดวัคซีนให้กับประชาชนในพื้นที่คลองเตย ตั้งเป้าวันละ 2500-3000คน และจะฉีดให้ทุกคน ส่วนกรณีที่มีการเสนอให้ล็อกดาวน์พื้นที่คลองเตยนั้น ยืนยันว่า ไม่สามารถล็อกพื้นที่คลองเตยได้ ไม่เหมือนที่จังหวัดสมุทรสาคร ที่เป็นแรงงานต่างด้าวอยู่ในที่จำกัดอยู่แล้ว แต่ชุมชนคลองเตยมีคนกว่า 9หมื่น-1แสนคน จึงต้องใช้แผนการตรวจคัดกรองและการฉีดวัคซีน เริ่มฉีดวัคซีนที่โรงเรียนคลองเตย และโลตัสพระราม4
ส่วนกรณีการทำ รพ.สนามพื้นที่คลองเตย ต้องใช้ระยะเวลาในก่อสร้างนาน กว่าจะเปิดได้ จึงมองว่าจะนำมาที่รพ.สนามที่ กทม.จัดเตรียมไว้มีความพร้อมมากกว่าและมีเพียงพอในการรองรับผู้ป่วย เช่นการสร้างห้องน้ำ
สำหรีบชุมชนอื่นๆ ที่เป็นชุมชนแออัดอีกเกือบ 30ชุมชน มีประชาชนอยู่2-3พันคน เช่น ชุมชนบ้านขิง มีคนกว่า1พันคนแต่หนาแน่นแออัด เพราะมีรั้วติดกัน มีแค่สังกะสีกั้น จึงถือเป็นชุมชนแออัด ก็จะต้องใช้วิธีการตรวจคัดกรองเชิงรุกทุกพื้นที่เช่นกัน และหากไม่ติดเชื้อก็จะเข้าไปฉีดวัคซีนให้ หากป่วยก็จะแจกยาฟาวิพิราเวียร์ให้รับประทานเลยเช่นกัน